ปัญหาไอศครีมซอฟเสิร์ฟ ละลายเร็ว ไม่แข็งตัว และการแก้ไขเบื้องต้น

222 จำนวนผู้เข้าชม  |  ปัญหาทั่วไป

ปัญหาไอศครีมซอฟเสิร์ฟ ละลายเร็ว ไม่แข็งตัว และการแก้ไขเบื้องต้น

ไอศครีมซอฟเสิร์ฟ หรือที่เรียกว่าซอฟครีม เป็น 1 ในประเภทไอศครีมที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันราคาไอศครีมซอฟเสิร์ฟที่ขายกันในประเทศไทย เริ่มต้นที่ประมาณ 10 บาทและสูงถึง โคนละ เกือบ 200 บาทเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่ประกอบกิจการนี้หลายคนคงอาจจะประสบปัญหาเรื่อง ไอศครีม ละลายเร็ว หรือ ไอศครีมไม่แข็งตัว


อาการไอศครีมละลายเร็ว หรือไอศครีมไม่แข็งตัว เป็นอะไรที่น่าปวดหัวสำหรับผู้ประกอบการ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ขาย ไอติม ซอฟเสริฟ หรือผู้ที่สนใจในธุรกิจ ไอศครีมประเภทซอฟครีมนี้ ควรที่จะทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลทำให้ไอศครีม ละลายเร็ว หรือ ไม่แข็งตัว


ปัจจัยที่มีผลทำให้ไอศครีมละลายเร็ว หรือไม่แข็งตัวนั้น มี 3 อย่างหลักด้วยกันดังนี้ 1. สภาวะแวดล้อม 2. สูตรไอศครีม และ 3. เครื่องผลิตไอศครีมซอฟเสริฟเอง ในแต่ละปัจจัยก็ยังมีข้อแยกย่อยลงไปอีก ลองค่อยๆทำความเข้าใจกันว่า แต่ละปัจจัยนั้นส่งผลกระทบต่อการแข็งตัวของไอศครีมกันได้อย่างไร


สภาวะแวดล้อม

1.1 อุณหภูมิห้องร้อนเกินไป ส่งผลทำให้ไอศครีมละลายเร็ว

โดยทั่วไปแล้ว อุณหภูมิของไอศครีมซอฟเสิร์ฟ ที่กดออกมาจากเครื่องจะอยู่ที่ ลบ 7 – 9 องศาเซลเซียส ( -7° - -9° C) หากเปิดร้านในที่ไม่ได้ติดแอร์แล้วนั้น หมายความว่าอุณหภูมิห้องอาจจะสูงถึง 33 องศาเซลเซียส (33° C) ได้แม้จะเป็นหน้าหนาวของเมืองไทยก็ตาม การที่อุณหภูมิห้องนั้นสูง หมายความว่า ความต่างของอุณหภูมิไอศครีมกับห้องนั้นอาจจะสูงถึง 40 องศาเซลเซียส (40° C) เลยทีเดียว ซึ่งความต่างของอุณหภูมินี้ละ อาจจะทำให้ไอศครีมที่คุณขายนั้นละลายเร็วขึ้น และหากในหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงถึง 41 – 42 องศาเซลเซียส (41° - 42° C) ก็จะทำให้ไอศครีมยิ่งละลายเร็วยิ่งขึ้น เพราะความต่างของอุณหภูมิอาจสูงถึง 50 องศาเซลเซียส (50° C) เลยทีเดียว



1.2 อุณหภูมิห้องร้อนเกินไป ทำให้เครื่องไอศครีมซอฟเสิร์ฟ ทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ

นอกจากอุณหภูมิห้องที่สูงจะทำให้ไอศครีมละลายเร็วแล้ว แต่ยังทำให้เครื่องไอศครีมทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพด้วย เครื่องไอศครีมใช้ระบบคอมเพรสเซอร์เป็นหลัก หากมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะทำให้ทำงานได้ช้าลง หรือประสิทธิภาพลดลง การแก้ปัญหาคือการปรับค่าความแข็งให้สูงขึ้นเพื่อที่จะทำให้ไอศครีมนั้นเซตตัวได้ดีขึ้น แต่หากปรับค่าความแข็งแล้ว สาเหตุอาจจะมาจากตัวเครื่องเอง หรือ สูตรไอศครีมเองก็เป็นไปได้ ควรจะรีบติดต่อผู้จำหน่ายเครื่องไอศครีมให้มาช่วยตรวจสอบ แนะนำ และ แก้ไขอย่างทันที

เครื่องผลิตไอศครีมซอฟเสิร์ฟ จะมีให้เลือกหลายยี่ห้อ และแต่ละยี่ห้อก็มีรุ่นให้เลือกอีก ดังนั้นควรจะดูสเปกเครื่องว่าเหมาะสำหรับใช้งานในห้องแอร์เท่านั้นหรือไม่ มีให้เลือกตั้งแต่หลักหมื่นจนเป็นหลักแสนถึงหลักล้าน การทำงานและประสิทธิภาพก็จะแตกต่างกันออกไป


1.3 ใช้งานในห้องแอร์ แต่ไอศครีมไม่แข็ง หรือละลายเร็วเกินไป เนื่องจากการติดตั้งเครื่องทำไอศครีมในที่แคบเกินไป


เครื่องทำไอติมซอฟเสิร์ฟมีระบบทำความเย็นโดย อากาศ และ น้ำ โดยทั่วไปแล้วนั้นเครื่องทำไอติมจะเป็นระบบทำความเย็นโดยอากาศ เหมือนกับเครื่องปรับอากาศโดยทั่วไป เนื่องจากสะดวกในการติดตั้ง เพราะระบบน้ำ จะต้องมีการวางระบบท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้งด้วย การที่ติดตั้งเครื่องทำไอศครีมในที่แคบ อากาศถ่ายเทไม่ดี มีอะไรบังทางระบายลม จะทำให้อุณหภูมิของตัวเครื่องนั้นสูงขึ้น และจะทำให้เครื่องไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในตอนเริ่มต้นไอศครีมอาจจะแข็งตัวดี แต่พอหลายๆชั่วผ่านไป ไอศครีมก็เริ่มเหลว ให้ลองตรวจสอบการระบายของเครื่องไอศครีมว่าถ่ายเทได้สะดวกไหม ไม่ควรมีเครื่องทำความเย็นอื่นตั้งใก้ลๆกัน เพราะจะทำให้เครื่องทำงานไม่มีประสิทธิภาพ


1.4 การขายไม่ต่อเนื่อง

สำหรับเครื่องที่เป็น (gravity) มักจะเกิดปัญหาเวลาที่มีช่วงการขายที่ไม่ต่อเนื่อง เช่นภายใน 1-2 ชั่วโมงมีการกดไอศครีมออกจากเครื่องน้อยกว่าครึ่งนึงของกระบอกปั่นไอศครีม ทำให้ไอศครีมไม่มีการหมุนเวียน ไอศครีมจะโดนตีไปเรื่อยๆ และอากาศก็จะโดนตีออกไปทางท่อ air tube ด้านบนของเครื่อง ทำให้ไอศครีมเนื้อแฟบลงและไอศครีมจะไม่ทรงตัว

วิธีการแก้ไขคือให้หาภาชนะที่สะอาด และกดไอศครีมออกมาประมาณครึ่งนึงของกระบอกปั่น รอให้วัตถุดิบใหม่ไหลเข้าไปในกระบอกปั่นและกดเริ่มทำงานใหม่อีกครั้งนึง และที่สำคัญ อย่าทิ้งไอติมที่กดออกมานะครับ นำไปใส่ช่องเย็นธรรมดา รอให้ละลายเป็นน้ำแล้วเทกลับใส่ลงไปในเครื่องใหม่ได้


2. ปัญหาที่เกิดจากสูตรไอศครีม

ในปัจจุบันวัตุดิบไอศครีมมีให้เลือกหลากหลายจากผู้ผลิตต่างประเทศเช่น จีน อเมริกา อิตาลี นิวซีแลนด์ และ ออสเตรเลีย ส่วนในไทยเองก็มีผู้ผลิตที่ได้การรับรองจาก อย. และที่ผลิตเองโดยไม่มีการรับรองจาก อย. นอกจากนี้วัตถุดิบยังมีให้เลือกทั้งแบบผง และ แบบน้ำ และยังมีร้านไอศครีมบางร้านก็ได้ทำไอศครีมขึ้นมาใช้เองด้วย



2.1 ความหนืดของสูตรไอศครีม

ส่วนใหญ่ร้านที่เปิดขายไอศครีมจะไม่เข้าใจถึงผลกระทบของสูตรไอศครีมต่อเครื่องผลิตซอฟเสิร์ฟ ไอศครีมในแต่ละสูตรจะมีส่วนผสมที่ต่างกันออกไป และจะส่งผลต่อความหนืดของเนื้อไอศครีม ความหนืดของเนื้อไอศครีมก็จะมีผลต่อระดับความเย็นในการทำไอศครีมด้วย 

หากทางร้านขายไอศครีมรสชาติเดียว อย่าง แดรีควีน แมคโดนัล หรือ เบอร์เกอร์คิง ปัญหาจากสูตรไอศครีมที่แตกต่างกันระหว่างสองรสชาตินั้นก็ไม่เกิดขึ้น เพราะสามารถใช้เครื่องไอศครีมแบบรุ่น 1 หัวจ่าย หรือ 3 หัวจ่ายก็ได้ แต่สำหรับบางร้านที่ต้องการขาย 2 รสชาติ ซึ่งมีความหนืดที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเกิดปัญหานี้ขึ้นได้ 

2.2 สูตรไอสครีมที่ใช้นมสดหรือนมผงเป็นหลัก

สูตรไอศครีมที่มีนมเป็นส่วนผสมหลักมีแนวโน้มที่จะละลายเร็วกว่าไอศครีมที่ใช้ไขมันจากนมหรือพืชเป็นส่วนผสมหลัก อุตสาหกรรมไอศครีมในอเมริกาได้มีการใช้ไขมันจากนมแทนการใช้นมสดหรือนมผงเป็นส่วนผสมหลัก รวมไปถึงส่วนผสมอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ไอศครีมสามารถคงตัวไม่ลาย ไอศครีมในไทยเองก็มีหลายเจ้าที่แม้ตั้งในอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 20-30 นาทีไอศครีมก็ไม่ละลายหรือละลายน้อยมาก

2.3 สูตรไอศครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้สูตรไอศครีมที่ไม่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ไอศครีมละลายเร็วได้ เนื่องจากเนื้อไอศครีมไม่สามารถกักเก็บอากาศให้คงตัวไว้ การเลือกซื้อวัตถุดิบจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

ทางบริษัท สโนวบอย์ 1990 (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงไอศครีม เครื่องผลิตไอศครีมซอฟเสิร์ฟ และเจลาโต้ มีแผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ โดยที่ผงไอศครีม สโนว์บอย สามารถใช้ได้ทั้งเครื่อง 3-หัวจ่าย(ระบบทำงานรวม) และ 3-หัวจ่าย(ระบบทำงานแยกข้าง) แต่หากบางร้านต้องการขายรสชาติที่มีความหนืดแตกต่างกันออกไปก็สามารถทำได้ แต่การเลือกใช้เครื่องทำไอศครีมจะต้องเป็นระบบที่ทำงานแยกข้างได้ ซึ่งทางสโนว์บอยก็มีเครื่องทำไอศครีมมากกว่า 10 รุ่นให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า   


3. ผลกระทบของเครื่องผลิตไอศครีมต่อความแข็งตัวและการละลายของไอศครีม

เครื่องทำไอศครีมใครว่าไม่สำคัญ! การเลือกซื้อ หรือการเลือกใช้เครื่องทำไอศครีมให้เหมาะกับรูปแบบร้านนั้นมีความสำคัญมาก หากเลือกไม่ถูกกับความต้องการใช้งาน จะส่งผลให้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่ควรจะเป็น



3.1 เครื่องผลิตไอศครีมที่ไม่ได้คุณภาพ

เครื่องทำไอติมที่ไม่ได้คุณภาพนั้น มีผลต่อการผลิตไอศครีมอย่างชัดเจน ในปัจจุบันหลายคนคงเห็นว่ามีการขายเครื่องทำไอติมซอฟเสริฟ ที่มาจากจีน อเมริกา และอิตาลี เครื่องมีตั้งแต่หลัก 3-4 หมื่นบาท จนถึงราคาเครื่องละเป็นล้านก็มี 

ราคาและประเทศผู้ผลิตอาจจะไม่ได้เป็นตัวชี้วัดได้ 100% ว่าสินค้านั้นดีไม่ดี แต่อย่างน้อยก็มีส่วนที่บ่งบอกว่าสินค้านั้นมีคุณภาพหรือไม่ การเลือกเครื่องทำไอติมจึงควรจะต้องมีการเลือกจากโรงงานที่ดีได้มาตรฐาน โรงงานควรจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญและมีแผนกวิจัยและพัฒนาสินค้าและนี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงทำให้สินค้ามีราคาที่สูงขึ้น การจะเลือกตัดสินใจผู้จัดจำหน่าย ควรจะต้องเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่สามารถให้คำปรึกษาและให้บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องได้ ผู้จัดจำหน่ายควรจะเป็นรูปแบบบริษัทและมีความน่าเชื่อถือ

 

3.2 เลือกเครื่องทำไอศครีมไม่เข้ากับการใช้งาน

 
การเลือกเครื่องทำไอติมให้เข้ากับการใช้งานนั้นมีส่วนสำคัญมาก หากเลือกไม่ถูกกับการใช้งาน จะก่อให้เกิดปัญหาเช่น ไอศครีมแข็งไม่ทัน ไอศครีมอ่อน ไม่สามารถใช้นอกห้องแอร์ได้


ยกตัวอย่างเช่น ต้องการขายตามตลาดกลางคืนซึ่งไม่ได้อยู่ในห้องติดแอร์และต้องการขาย 2 รสชาติที่อาจมีความหนืดที่แตกต่างกัน 


เครื่องทำไอติมที่ควรจะเลือกควรจะเป็นรุ่น 3-หัว(แบบทำงานแยก)และกำลังการผลิตควรจะอยู่ที่กลาง-สูง เนื่องจากว่าอากาศภายนอกค่อนข้างร้อน และการที่ต้องการขาย 2 รสชาติที่อาจจะมีความหนืดที่แตกต่างกันนั้นควรจะต้องใช้ระบบแยก  และยังสามารถรองรับจำนวนลูกค้าอาจจะสูงในเวลาช่วงสั่นๆได้ 


3.3 เครื่องไอศครีมมีปัญหา


ไอศครีมที่อ่อน ไม่แข็งที่มาจากเครื่องไอศครีมอาจจะมีได้หลายสาเหตุ เช่นกระแสไฟฟ้าไม่เสถียร คอยล์เย็นมีปัญหา คอยล์ร้อนมีปัญหา ท่อน้ำยาแอร์รั่ว สายไฟขาด หรือแผงวงจรควบคุมมีปัญหา


กระแสไฟฟ้าไม่เสถียรอาจจะเป็นปัญหาหลักก็ได้ เนื่องจากการจ่ายไฟที่ไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ระบบทำงานได้อย่างไม่ดีเท่าที่ควร และยังอาจจะส่งผลให้แผงวงจรควบคุมมีปัญหาในระยะยาวได้อีกด้วย การแก้ไขคือการใช้ การใช้เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า หลายคนคงคาดไม่ถึงว่าแม้อยู่ในกรุงเทพ หรือเมืองใหญ่ๆเช่นเชียงใหม่ โคราช ขอนแก่นก็สามารถประสบปัญหานี้ได้เช่นกัน

และสิ่งนึงที่จะมองข้ามไม่ได้คือแมลงสาบและหนู แมลงสาบและหนูมีอยู่ทุกพื้นที่ และมักจะแอบมากินคราบไอศครีมที่เช็ดล้างทำความสะอาดไม่ดีในตอนกลางคืนที่เราปิดร้าน จึงควรที่จะทำความสะอาดให้ดีเพื่อป้องกันหนูและแมลงสาบ

หากคิดว่าปัญหาเกิดจากเครื่องทำไอศครีมเอง ควรจะต้องรีบโทรแจ้งทีมเซอร์วิซและแจ้งอาการให้กับทางทีมเซอร์วิซรับทราบอย่างถี่ถ้วน เพื่อทางทีมเซอร์วิซจะได้วิเคราะห์ปัญหาและจัดการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

Powered by MakeWebEasy.com